AFDD-: ธีรยุทธ, จอห์น ล็อค & เลอเวียเทพ Leviathep ๒) ล็อค vs. ฮ๊อบส์: “การปฏิวัติของประชาชน” หรือสงครามกลางเมือง?

1491614_648530138525056_167239265_a

 

ธีรยุทธ, จอห์น ล็อค & เลอเวียเทพ Leviathep
๒) ล็อค vs. ฮ๊อบส์: “การปฏิวัติของประชาชน” หรือสงครามกลางเมือง?
%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%

จอห์น ล็อค นักปรัชญาการเมืองเสรีนิยมชาวอังกฤษ (John Locke ค.ศ. ๑๖๓๒ – ๑๗๐๔) ดูจะกลายเป็นผู้อุปถัมภ์ทางทฤษฎีของม็อบ “มวลมหาประชาชน” ครั้งนี้

เขาถูกเอ่ยอ้างถึง ดึงมาอธิบายให้ความชอบธรรมแก่การเป่านกหวีดลุกฮือต่อต้านรัฐบาลและเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรที่เป็น “ทรราชหรืออธรรม”โดยคุณ นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ (http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1382515115&grpid=03&catid=01&subcatid=0100 ) มาจนถึงอาจารย์ธีรยุทธ บุญมีในปาฐกถาล่าสุดนี้ ดังความว่า:

“ไม่ใช่เป็นการไม่เคารพเสียงส่วนใหญ่ หรือเป็นขบถ การต่อต้านรัฐบาลที่ฉ้อฉลหรือเป็นทรราช เป็นส่วนหนึ่งของปรัชญาการเมืองประชาธิปไตย และมีการทำเช่นนีIมาตั้งแต่สมัยกรีก โรมัน และมีนักคิดสำคัญจำนวนมาก เช่น จอหน์ ล็อค ที่มองว่า สิทธิในการปฏิวัติของประชาชนเป็นการป้องกันใหพ้นจากระบบทรราช และถือว่าเมื่อมีการละเมิดผลประโยชน์ของประชาชนภายใต้สัญญาประชาคม ประชาชนมีสิทธิปลุกระดมเพื่อก่อการปฏิวัติเพื่อเปลี่ยนรัฐบาลเป็นรัฐบาลที่รับใช้ผลประโยชน์ของประชาชน”

งานเขียนชิ้นเอกในทางปรัชญาการเมืองของจอห์น ล็อคอันเป็นแหล่งที่มาของคำอ้างอิงดังกล่าวย่อมได้แก่ Two Treatises of Government (ค.ศ. ๑๖๙๐) โดยเฉพาะ The Second Treatise, Chapter XIX: Of the Dissolution of Government (ว่าด้วยการยุบสลายรัฐบาล n.211 – n.230)

ในบทนั้น ล็อคชี้ว่าการยุบสลายรัฐบาลเกิดจากเงื่อนไขเหตุปัจจัยหลัก ๒ ประการได้แก่:

๑) เมื่อฝ่ายนิติบัญญัติถูกเปลี่ยนสภาพไป

ไม่ว่าจะเกิดขึ้นโดยเจ้าผู้ปกครองออกกฎหมายตามอำเภอใจ, เจ้าผู้ปกครองขัดขวางการประชุมสภานิติบัญญัติ, เจ้าผู้ปกครองเปลี่ยนกฎเกณฑ์การเลือกตั้งโดยพลการ, เจ้าผู้ปกครองขายบ้านเมืองยอมจำนนแก่ไท้ต่างด้าวท้าวต่างแดน, หรือฝ่ายบริหารละเลย เลิกรา ไม่บังคับใช้กฎหมายให้เป็นผล

ในกรณีดังกล่าว รัฐบาลย่อมล่มสลาย แต่สังคมไม่สลายตาม ประชาชนสามารถตั้งฝ่ายนิติบัญญัติขึ้นใหม่เองได้

๒) เมื่อฝ่ายนิติบัญญัติก็ดี หรือเจ้าผู้ปกครองก็ดี กระทำการฝ่าฝืนความไว้วางใจที่ตนได้รับมอบหมายมา

เช่น ละเมิดชีวิต เสรีภาพหรือทรัพย์สินของประชาชน, ผู้นำสูงสุดฝ่ายบริหารใช้เงินหว่านซื้อสมาชิกสภานิติบัญญัติ บังคับให้ทำตามความประสงค์ตน หรือแจกตำแหน่งให้เป็นสินบน, หรือผู้นำสูงสุดฝ่ายบริหารซื้อเสียงในการเลือกตั้ง

หากสภาพการณ์เข้าข่ายเงื่อนไขปัจจัยดังกล่าวข้างต้น ประชาชนซึ่งปกติแล้วค่อนข้างจะอนุรักษ์นิยมด้วยซ้ำไป ก็ย่อมมีอำนาจจะตั้งฝ่ายนิติบัญญัติขึ้นมาใหม่ ในเมื่อฝ่ายนิติบัญญัติเดิมทรยศความไว้วางใจของตน รุกล้ำทรัพย์สมบัติของตน

ในสภาพการณ์ที่ว่านี้ ผู้ก่อกบฎย่อมได้แก่ผู้กุมอำนาจที่ละเมิดกฎหมายนั่นเอง หาใช่ประชาชนผู้ก่อตั้งฝ่ายนิติบัญญัติขึ้นมาใหม่ไม่!

%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%

So far, so good…. ข้อเขียนของล็อคที่ยกมาโดยสังเขปข้างต้นนับเป็นการให้ความชอบธรรมทางแนวคิดทฤษฎีแก่ “การปฏิวัติของประชาชน ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศ จึงถือเป็นการปฏิวัติประชาชนครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองไทย” (ปาฐกถาของอ.ธีรยุทธ) อย่างทรงพลัง

แต่ช้าก่อน! “ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศ” หรือ? “ครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองไทย” หรือ? ดูจะเป็นอาการความจำสั้น จดจ่อเฉพาะเหตุการณ์ไปหน่อย (เอ? แล้วการลุกขึ้นสู้ของประชาชนเมื่อ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๖ หรือพฤษภาประชาธิปไตย ๒๕๓๕ ล่ะ?) โดยไม่ดูบริบท (context i.e. what comes before and after the text) เอาเลยนะครับ

ลองคิดดูสักนิดเท่านั้นว่าก่อนจะเกิดม็อบ “มวลมหาประชาชน” ขณะนี้ ได้เกิดเหตุสำคัญใหญ่โตอะไรขึ้นบ้างในบ้านเมืองเรารอบไม่กี่ปีที่ผ่านมา (แหม่ พี่ธีรยุทธ ทำเป็นลืมไปซะได้)…..ดูตารางภาพประกอบ

จะเห็นได้ว่าในรอบ ๘ ปีที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุ “มวลมหาประชาชน” ต่างฝ่ายต่างขั้วต่างสีที่ขัดแย้งกัน ผลัดกันลุกฮือขึ้นชุมนุมเดินขบวนต่อต้านคัดค้านรัฐบาลและเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรที่พวกตนเห็นว่า “ทรราช”, “อธรรม”, เพราะได้กระทำการบางอย่างเข้าข่ายเงื่อนไขเหตุปัจจัยประการต่าง ๆ ในสองข้อใหญ่ของล็อคข้างต้นถึง ๖ ครั้งติด ๆ กันแทบจะปีเว้นปี และแน่นอนเหตุปัจจัยสำคัญหนึ่งที่แทรกแซงทิ่มแทงเข้ามาและทำให้ความขัดแย้งของ “มวลมหาประชาชน” กับรัฐบาลในอำนาจยิ่งเลวร้ายลงและแก้ไขยากขึ้นก็คือการรัฐประหารโดยกองทัพเมื่อ ๑๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๙ และรัฐธรรมนูญ “เพื่อป้องกันคนอย่างทักษิณ” ปี ๒๕๕๐ ซึ่งแก้ไขโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสียงข้างมากตามกระบวนการประชาธิปไตยปกติได้ยากเย็นแสนเข็ญยิ่งอย่างน่ามหัศจรรย์ภายใต้การเฝ้าระวังดูแลป้องกันอย่างเข้มงวดกวดขันเกินอำนาจที่รัฐธรรมนูญให้ไว้ของศาลรัฐธรรมนูญซึ่งก่อตั้งขึ้นด้วยอำนาจสืบเนื่องจากรัฐประหารครั้งนั้น

ถ้าอาจารย์ธีรยุทธและคนอื่น ๆ ที่สมาทานทฤษฎีล็อคแบบแคบ ๆ ด้านเดียวทั้งหลายจะบอกว่าม็อบ “มวลประชามหาชน” ของ กปปส.ในครั้งนี้เป็น “การปฏิวัติของประชาชน” ละก็ มันก็หมายความว่าเรามี “การปฏิวัติของประชาชน” มาแล้วถึง ๖ ครั้ง ๖ รอบในชั่ว ๘ ปี แม้จะมีขนาดใหญ่เล็กและประสบผลสำเร็จล้มเหลวแตกต่างกันบ้าง แต่ก็ด้วยข้ออ้างคำอธิบายเงื่อนไขเหตุปัจจัยที่ใกล้เคียงกัน เพียงแต่เป็น “การปฏิวัติของประชาชน” ต่างสีต่างขั้ว ต่อรัฐบาลต่างค่ายต่างฝ่าย โดยที่คำอธิบายให้ความชอบธรรมแบบล็อคเกี้ยนของพวกเขาแต่ละสีแต่ละฝ่ายนั้นยากจะปัดปฏิเสธไปได้ง่าย ๆ ว่าไม่มีมูล ยกเว้นแต่ด้วยอคติที่ฉาบสีตรงข้ามกัน

นั่นแปลว่าอะไร?

นั่นแปลว่าสิ่งที่เรากำลังประสบอย่าง “ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศ” หรือเป็น “ครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองไทย” ไม่ใช่ (ย้ำว่าไม่ใช่) “การปฏิวัติของประชาชน” (ซึ่งมีมาแล้วถึง ๖ ครั้งในรอบ ๘ ปี) อย่างที่อาจารย์ธีรยุทธเอ่ยอ้าง แต่น่าจะเป็น “สงครามกลางเมือง” (Intermittent Civil War) ที่รบบ้างพักรบบ้างสลับช่วงกันไปมาระหว่าง “สงครามที่หลั่งเลือด” กับ “สงครามที่ไม่หลั่งเลือด/การต่อสู้ทางการเมือง” แต่ไม่หยุดรบเลยตลอด ๘ ปีและต่อไปข้างหน้าอีกไม่รู้แน่ว่าจะนานเท่าไหร่ต่างหาก (ตามข้อสังเกตที่แหลมคมของอาจารย์ ธงชัย วินิจจะกูลในอีเมล์ฉบับหนึ่งชั่วสองสามวันที่ผ่านมา)

นับศพทั้งสองฝ่ายรวมกันแล้วก็กว่าร้อย นับผู้บาดเจ็บทุพพลภาพแล้วก็หลายพัน และยังคงทำท่าจะรบกันต่อไป

ถ้าที่เรากำลังเจอเป็น “สงครามกลางเมือง” ระหว่างสี (เหลือง vs. แดง) ระหว่างชนชั้น (ชนชั้นนและชนชั้นกลางในเมือง vs. ชนชั้นกลางระดับล่าง/รากหญ้าในเมืองและชนบท) ระหว่างภาค (กลางและใต้ vs. อีสานและเหนือ) ฉบับยาวหลายตอนจบ นักทฤษฎีการเมืองที่เหมาะจะประยุกต์มาอธิบายก็ไม่ใช่จอห์น ล็อค แต่น่าจะเป็น โธมัส ฮ๊อบส์ (Thomas Hobbes ค.ศ. ๑๕๘๘ – ๑๖๗๙) นักปรัชญาการเมืองแห่งระบอบสัมบูรณาญาสิทธิ์ ผู้คัดค้านต่อต้านภาวะสงครามกลางเมือง/อนาธิปไตยอย่างแรงกล้า และแสวงหาความสงบราบคาบของบ้านเมืองภายใต้อำนาจอาญาสิทธิ์สมบูรณ์แบบของเจ้าผู้ปกครองอันเขาขนานนามระเบียบอำนาจนั้นว่า Leviathan (ค.ศ. ๑๖๕๑)

ดังที่ฮ๊อบส์บรรยายความใน Leviathan ตอนหนึ่งว่า:

“ดังนั้นจึงเห็นได้ชัดว่าระหว่างช่วงเวลาที่คนเราดำรงชีพอยู่โดยปราศจากอำนาจส่วนรวมคอยควบคุมทุกคนให้คร้ามกลัวนั้น (“ภาวะธรรมชาติ” ก่อนเกิดรัฐ/สังคม เหมือนภาวะสงครามกลางเมือง/อนาธิปไตย เช่น สภาพตอนทหารปิดล้อมและบุกสลายการชุมนุมนปช.ที่ราชประสงค์ปี ๒๕๕๓, สภาพหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหงและสนามกีฬาราชมังคลาภิเษกเมื่อ ๓๐ พ.ย. ศกนี้ที่ผ่านมา เป็นต้น) พวกเขาก็ตกอยู่ในภาวะที่เรียกว่าสงครามและมิหนำยังเป็นสงครามระหว่างทุกคนกับทุกคนด้วย ทั้งนี้ก็เพราะสงครามหาได้มีเพียงการรบหรือการลงมือต่อสู้กันเท่านั้นไม่ หากยังหมายรวมถึงช่วงเวลาขณะที่เจตนาที่จะประลองรบกันเป็นที่ประจักษ์แจ้งพอสมควรด้วย…..

“ผลลัพธ์ใดเกิดจากยามศึกสงครามที่คนทุกคนเป็นอริกับทุกคน ผลลัพธ์เดียวกันนั้นก็ย่อมเกิดขึ้นในยามที่ผู้คนดำรงชีพอยู่โดยปราศจากหลักความมั่นคงอื่นใดให้ยึดนอกเหนือจากกำลังและสิ่งอันตนประดิษฐ์คิดขึ้นติดกายด้วย ในภาวะเยี่ยงนั้น ย่อมไม่มีที่ทางให้กับอุตสาหกิจเพราะดอกผลของมันไม่แน่ไม่นอน และฉะนั้นยึงย่อมไม่มีกสิกรรม ไม่มีการนาวี ไม่มีสินค้าสั่งเข้าทางทะเลใช้ ไม่มีตึกรามโอ่โถง ไม่มีอุปกรณ์เคลื่อนย้ายของหนัก ไม่มีความรู้ภูมิประเทศ ไม่มีการบอกเวลา ไม่มีศิลปะ ไม่มีตัวอักษร ไม่มีสังคม และที่เลวร้ายที่สุดก็คือความหวาดกลัวอยู่ตลอดเวลาและภยันตรายที่จะถูกฆ่าตายด้วยความรุนแรง และชีวิตของคนเรานั้นก็ช่างโดดเดี่ยว น่าสมเพช ทุเรศ ป่าเถื่อนและสั้นเสียนี่กระไร…..”

อ่านคำบรรยาย “ภาวะธรรมชาติ” ก่อนก่อตั้งรัฐ/สังคมของฮ๊อบส์ข้างต้นแล้วก็อดรู้สึกไม่ได้ว่ามันช่างเหมือนภาวะสงครามกลางเมือง/อนาธิปไตย เช่น สภาพตอนทหารปิดล้อมและบุกสลายการชุมนุมนปช.ที่ราชประสงค์ปี ๒๕๕๓, สภาพหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหงและสนามกีฬาราชมังคลาภิเษกเมื่อ ๓๐ พ.ย. ศกนี้ที่ผ่านมา เป็นต้น

ลักษณะพิเศษเฉพาะของสถานการณ์ปัจจุบันอยู่ตรงที่ว่า เรากำลังประสบกับภาวะการพยายามทำให้รัฐล้มเหลว รัฐทำงานไม่ได้/อนาธิปไตยอย่างจงใจด้วยพลังม็อบ “มวลมหาประชาชน” เพื่อสร้างเงื่อนไขสุญญากาศทางอำนาจรัฐให้เกิดขึ้น และยื่นเสนอ “นายกรัฐมนตรี ม.๗” และ “สภาประชาชน” มาเป็นคำตอบสำเร็จรูปปลอบขวัญ ภายใต้อำนาจสมบูรณาญาสิทธิ์ของ ฯพณฯ สุเทพ ณ กปปส. หรือนัยหนึ่ง “เลอเวียเทพ” (Leviathep) ของไทยยุคหยุดเลือกตั้งและแช่แข็งประชาธิปไตยนั่นเอง!

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s