Skip to content

CAPO :ด้วยเมื่อวันที่ 15 ม.ค. เวลา 03.00 น. ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตั้งด่านความมั่นคง บริเวณหน้ากรมอุตุนิยมวิทยา ได้ทำการจับกุมผู้ต้องหา รวม 4 คน คือ

January 15, 2014

 

ด้วยเมื่อวันที่ 15 ม.ค. 57 เวลา 03.00 น. ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตั้งด่านความมั่นคง บริเวณหน้ากรมอุตุนิยมวิทยา ได้ทำการจับกุมผู้ต้องหา รวม 4 คน คือ
1. นายอนุสรณ์ พินิจคุณ อายุ 45 ปี
2. นาย สุนา ถิ่นแก้ว อายุ 53 ปี
3. นางคำไพร แซงแสวง อายุ 45 ปี
4. นางสาวชนาภา เดนมาตย์
โดยกล่าวหาว่า
1.ทำหรือมีหรือใช้ซึ่งวัตถุระเบิดโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน
2. มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
3.พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ
พร้อมด้วยของกลาง
1. วัตถุระเบิด จำนวน 4 ลูก
2. อาวุธปืน ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก
3. เครื่องกระสุนปืน ขนาด 9 มม. จำนวน 14 นัด
4. เครื่องกระสุนปืน ขนาด .45 จำนวน 16 นัด
5. แม็กกาซีน จำนวน 2 ซอง
6. รถยนต์กระบะ หมายเลขทะเบียน ตพ-969 กรุงเทพฯ จำนวน 1 คัน

จึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สน.บางนาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

1477377_215414611980205_75832598_n1185471_215414721980194_470251430_n1546194_215414708646862_634657069_n

#พล.ต.ต.อนุชา รมยะนันทน์ รอง โฆษก ศอ.รส. บอกว่า ภายหลังจากการประชุมเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้สรุปเหตุการณ์ดาวกระจาย เมื่อวานนี้(วันที่ 14 ม.ค. 2557) ทั้ง 12 แห่ง ได้แก่ กระทรวงพลังงาน //กระทรวงพาณิชย์ //กระทรวงอุตสาหกรรม //กระทรวงวิทยาศาสตร์ // กระทรวงการต่างประเทศ //กระทรวงแรงงาน //กรมศุลกากร //กรมการขนส่งทางบก//กรมโยทาธิการและผังเมือง //สถาบันพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม //กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ// และสถานที่ที่ไม่ใบ่ส่วนราชการ คือ ตึกชินวัตร 3 ถนนวิภาวดีรังสิต รวมถึงมีเวทีคู่ขนาดของกลุ่ม กปปส. 19 จังหวัด โดยแบ่งเป็นภาคใต้ 10 จังหวัด ภาคเหนือ 5 จังหวัด และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4 จังหวัด ขณะเดียวกันในต่างจังหวัดมีเวทีของประชาชนที่มีความเห็นต่าง 8 จังหวัด ได้แก่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4 จังหวัด ภาคกลาง 2 จังหวัด ภาคใต้ 1 จังหวัด และภาคเหนือ 1 จังหวัด
สำหรับเหตุการณ์การชุมนุมของ 7 เวทีหลัก เป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่มีความวุ่นวายเล็กน้อยที่เกิดขึ้นหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมีกลุ่มผู้ชุมนึมยื่นข้อเสนอต่อทาง สตช. ซึ่งได้ส่งชุดเจรจาต่อรองจนผู้ชุมนุมพอใจ และในเวลาประมาณ 17.00 น. ผู้ชุมนุมได้กลับไปที่เวทีราชประสงค์
ในขณะที่มีการรายงานเหตุวันที่ 14 ม.ค.57
เวลา 20.15 น. ส.ต.ต.ธเนศ สิรินันทกุล ถูกยิงด้วยหัวน็อต ได้รับบาดเจ็บขณะปฏิบัติหน้าที่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
เวลา 23.00 น. ตำรวจสันติบาล สืบสวนหาข่าวอยู่บริเวณสวนลุมพินี ถูกกลุ่มการ์ดผู้ชุมนุมทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ 4 ราย แต่ขณะนี้อาการปลอดภัยพักรักษาตัวที่ รพ. ตำรวจ ได้แก่
ด.ต. อาคเนย์ ปรินรัมย์ อายุ 54 ปี ผบ.หมู่ กก.6 บก.ส.1
ร.ต.ต. กานต์เทพ คมขำ อายุ 56 ปี รอง สว. กก. 6 บก. ส.1
ร.ต.ต. สัมพันธ์ ทะลือ อายุ 43 ปี รอง สว. กก. 6 บก. ส.1
ร.ต.ต. ประชุม เสร็จกิจ อายุ 56 ปี รอง สว. กก. 6 บก. ส.1
23.20 คนร้ายขว้างระเบิดไปในบ้านของ นพ.อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ บิดาของนายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ
และการรายงานเหตุวันที่ 15 ม.ค. 57
เวลา 00.30 เหตุใช้อาวุธปืนยิงบริเวณสะพานหัวช้าง ก่อนถึงโรงแรมเอเชียพญาไท นายทศพล งามละม้าย พนักงานเก็บขยะ เขตปทุมวัน ทราบว่าก่อนเกิดเหตุ จะนำรถขยะเข้าไปเก็บขยะบริเวณห้างสยามดิสคัฟเวอรรี่ ต่อมาถูกสะเก็ดระเบิดตรงจุดเกิดเหตุ และ น.ส. อัมไพ เจริญฤทธิ์ ถูกยิงแขนขวา 1 นัด
เวลา 01.40 น. เหตุไฟไหม้รสบัส หน้าสนามม้านางเลิ้ง พบนายอำไพ แสงประทีป เป็นคนขับรถรับคนมาจากป่าบอน จ.พังงา เข้ามาร่วมชุมนุม ขณะที่นอนหลับมีไฟไหม้บริเวณยางรถยนต์จึงพยายามใช้น้ำดับไฟแต่ไม่สามารถดับได้จนยางเกิดระเบิดขึ้น
การตั้งจุดด่านมั่นคง ได้ทำการจับกุมดังนี้
เวลา 01.20 น. จับกุมอดีตตำรวจ นายประเสริฐ ลำยอง อายุ 46 ปี เคยเป็นตำรวจ ยศ ดาบตำรวจพกพาอาวุธปืน และแจ้งข้อกล่าวหาพกพาอาวุธปืนขนาด .38พร้อมกระสุน และเสื้อเกราะอ่อน ภายในรถ
เวลา 02.15 น. จับกุมนาย วีรเดช สุขสันหา อายุ 38 ปี อาวุธพร้อมเครื่องกระสุนปืน รับว่ากำลังขับขี่รถจักรยานยนต์ เข้าไปส่งเสบียงอาหารให้กลุ่มผู้ชุมนุม
เวลา 03.00 น. จับกุมผู้ต้องหา 4 คนได้แก่ นายอนุสรณ์ พินิจคุณ อายุ 45 ปี นายสุนา ถิ่นแก้ว อายุ 53 ปี นางคำไพร แซงแสวง อายุ 45 ปี และนางสาวชนภา เดนมาตย์ มีระเบิดและอาวุธปืน เบื้องต้น ยังไม่พบความเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุที่บ้านอดีตนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์
เวลา 06.30 น. จับกุมวัยรุ่นผลิตปืนปากกา และตรวจพบยาบ้า นายจักรพงษ์ หรืออาร์ท พุทธางค์กูร 64/4 หมู่บ้านมนวดี ม.3 ต.บางคูรัด อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี

สำหรับเหตุการณ์การชุมนุมของ 7 เวทีหลัก เป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่มีความวุ่นวายเล็กน้อยที่เกิดขึ้นหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมีกลุ่มผู้ชุมนึมยื่นข้อเสนอต่อทาง สตช. ซึ่งได้ส่งชุดเจรจาต่อรองจนผู้ชุมนุมพอใจ และในเวลาประมาณ 17.00 น. ผู้ชุมนุมได้กลับไปที่เวทีราชประสงค์
ขณะนี้มีเส้นทางจราจรถูกปิด 9 เส้นทาง คือ อนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ //ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ //แยกปทุมวัน//แยกราชประสงค์ //แยกศาลาแดง//แยกอโศก //ห้าแยกลาดพร้าว //สะพานพระราม8 // และแยกผ่านฟ้า และในวันนี้มีการเคลื่อนขบวนอีก 4 กลุ่มด้วยกัน ได้แก่ กลุ่ม คปท. เคลื่อนที่ไปสำนักงานอัยการสูงสุด //มวลชนเวทีอโศก เคลื่อนไปถนนสุขุมวิทไปเอกมัยแบะย้อนกลับมาที่เวทีอโศกอีกครั้ง นำโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ // มีมวลชนเคลื่อนไปที่กรมป่าไม้ //เวที สวนลุมเคลื่อนไปที่กระทรวงพัฒนาสังคมและมนุษย์ ขณะนี้กำลังเดินทางกลับ // และสะพานไทย-ญี่ปุ่น และ ไทยเบลเยี่ยม ไม่สามารถใช้เส้นทางได้ทั้งขาเข้าและ ออก ตั้งแต่บริเวณทางขึ้นสามย่าน

ด้าน พ.ต.อ.หญิง วิชญ์ชยากร ณิชาบวร รอง โฆษก ศอ.รส. กล่าวว่า พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะ ผอ.ศอ.รส. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเน้นปฏิบัติภารกิจ 3 ประการ ดังนี้ 1.ลดทอนความรุนแรงที่เกิดขึ้น 2.ให้ฝ่ายกฏหมายเร่งรัดพิจารณาดำเนินการทางคดีทุกคดีที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมโดยเร่งด่วน
3.กรณีที่มีการประกาศจะบุกล้อมสถานที่สำคัญ รวมถึงบ้านพักบุคคลสำคัญต่างๆ จึงได้มีการสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วยดูแล และมีการวางแผนในการรองรับการรักษาความปลอดภัยของบุคคลสำคัญและสถานที่สำคัญอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) รายงานจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทยทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในช่วงที่มีการชุมนุม ซึ่งตัวเลขนักท่องเที่ยวลดลง 22.18%

นอกจากนี้ ศอ.รส.ได้ออกประกาศ ฉบับที่ 3/2557 เรื่อง ห้ามบุคคลเข้าหรือต้องออกจากบริเวณพื้นที่อาคารหรือสถานที่ที่กำหนด และห้ามใช้เส้นทางคมนาคม หรือการใช้ยานพาหนะ โดยห้ามบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใด ซึ่งมีพฤติการณ์อันอาจก่อให้เกิดความไม่สงบหรือกระทำการยั่วยุปั่นป่วนต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ เข้าหรือออกจากพื้นที่ เว้นแต่ได้รับอนุญาต จำนวน 12 เส้นทางต่อไปนี้
ถนนสีลม ตั้งแต่แยกศาลาแดง ถึงแยกสีลม-นราธิวาส
ถนนพระราม 4 ตั้งแต่แยกสามย่าน-วิทยุ
ถนนราชดำริ ตั้งแต่แยกศาลาแดง-ประตูน้ำ
ถนนเพลินจิต ตั้งแต่แยกราชประสงค์-ชิดลม
ถนนพระราม 1 ตั้งแต่แยกเจริญผล-ราชประสงค์
ถนนพญาไท ตั้งแต่แยกปทุมวัน-สามย่าน
ถนนรัชดาภิเษก ตั้งแต่แยกอโศก ถึงอโศก-เพชรบุรี
ถนนสุขุมวิท ตั้งแต่แยกนานา-ปากซอยสุขุมวิท 19
ถนนราชวิถี ตั้งแต่แยกตึกชัย-แยกสามเหลี่ยมดินแดง
ถนนพหลโยธิน ตั้งแต่แยกลาดพร้าว-กำแพงเพชร
ถนนแจ้งวัฒนะ ตั้งแต่หลักสี่-แจ้งวัฒนะ 14
สะพานพระราม 8
ตลอดจนห้ามบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใด เข้าหรือต้องออกบริเวณพื้นที่กระทรวงพลังงาน (ศูนย์เอ็นเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ ถ.วิภาวดีรังสิต)
รวมถึงพื้นที่บริเวณทางเท้า คูคลอง พื้นที่สาธารณะต่อเนื่องไปในรัศมี 50 เมตร โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

7750_215508661970800_1189345958_n1010577_215508691970797_1157258764_n

About these ads
No comments yet

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 3,570 other followers

%d bloggers like this: